9 เมษายน 2562 ฝุ่นพิษเหนือยังวิกฤติ 3 จังหวัดเข้าขั้นสีแดง ฝนหลวงเร่งคลี่คลาย

ที่มา: https://www.naewna.com/local/406840

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยถึงสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 เมษายน พบค่าฝุ่นละอองส่วนใหญ่ลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของเมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา คุณภาพอากาศมีค่าอยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศปานกลาง มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสีแดง 3 พื้นที่ (มีผลกระทบต่อสุขภาพ) และพื้นที่สีส้ม 8 พื้นที่ (เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ) สีเหลือง 5 พื้นที่ (คุณภาพอากาศปานกลางค่า) ค่า PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชม. มีค่าระหว่าง 44-139มคก./ลบ.ม. (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกินมาตรฐาน ในพื้นที่ต่อไปนี้ ต.เวียง อ.เมือง เชียงราย 77 มคก./ลบ.ม. ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย 114 มคก./ลบ.ม. ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 74 มคก./ลบ.ม. ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 63 มคก./ลบ.ม. ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 48 มคก./ลบ.ม. ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ 75 มคก./ลบ.ม. ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง 62 มคก./ลบ.ม. ตำบลสบป้าด อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง 44 มคก./ลบ.ม. ตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง 48 มคก./ลบ.ม. ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง 47 มคก./ลบ.ม. ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน 59 มคก./ลบ.ม. ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน 105 มคก./ลบ.ม. ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน 47 มคก./ลบ.ม. ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน 139 มคก./ลบ.ม. ตำบลนาจักร อำเภอเมืองแพร่ เครื่องตรวจวัดมีปัญหา ตำบลบ้านต๋อม อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา 52 มคก./ลบ.ม. ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก 63 มคก./ลบ.ม. “คพ. ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่งดการเผาในที่โล่งเพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง ในกรณีที่ประชาชนอยู่ในพื้นที่ที่ปริมาณฝุ่นละอองมีผลกระทบต่อสุขภาพ ขอให้หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายและการทำกิจกรรมกลางแจ้ง สวมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก ประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยงควรเฝ้าระวังสังเกตอาการผิดปกติ ให้รีบพบแพทย์ ผู้มีโรคประจำตัวควรเตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างน้อย 5 วัน และสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทาง เว็บไซต์ https://air4thai.pcd.go.th แอพพลิเคชั่น air4thai และติดตามข่าวสารการดำเนินงานแก้ไขปัญหาหมอกควัน 9 จังหวัดภาคเหนือได้ทาง www.pcd.go.th” ด้านอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่าเมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 9 หน่วยฯ ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จังหวัดเชียงใหม่ พิษณุโลก ลพบุรี กาญจนบุรี อุดรธานี นครราชสีมา จันทบุรี หัวหิน และสุราษฎร์ธานี ได้ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ประสบปัญหาภัยแล้ง บรรเทาฝุ่นละออง เพิ่มความชุ่มชื้นให้พื้นที่ป่าไม้ และยับยั้งความรุนแรงของพายุลูกเห็บ ทำให้มีฝนตกบริเวณพื้นที่การเกษตรของจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ชัยภูมิ ขอนแก่น ศรีสะเกษ สุรินทร์ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ระยอง ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สุราษฎร์ธานี และพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนอุบลรัตน์ อ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่ อ่างเก็บน้ำกระเสียว และยับยั้งความรุนแรงของพายุลูกเห็บทำให้มีฝนตกเล็กน้อยบริเวณ อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลยสำหรับการแก้ปัญหาฝุ่นละอองพื้นที่ภาคเหนือ ในวันนี้จากตรวจคุณภาพอากาศส่วนใหญ่มีทิศทางที่ดีขึ้นอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ มีเพียงบริเวณอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดน่าน ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งนี้เมื่อพิจารณาจุดความร้อน (Hot spot) ในหลายพื้นที่ของภาคเหนือและประเทศเพื่อนบ้านมีปริมาณลดลง โดยหน่วยปฏิบัติการฯ จังหวัดพิษณุโลก และหน่วยฯ จังหวัดเชียงใหม่ ยังไม่ขึ้นบินเนื่องจากตรวจวัดความชื้นและค่ายกตัวอากาศ ไม่เข้าเงื่อนไข ทั้งหน่วยฝนหลวงในพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ จึงขอติดตามสภาพอากาศระหว่างวันหากมีความเหมะสมจะขึ้นบินทันที วันเดียวกันที่จังหวัดเชียงราย เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารจาก กกล.รส. มทบ.37 ค่ายเม็งรายมหาราช ได้จัดหมู่รักษาความสงบเรียบร้อย อำเภอเมืองเชียงราย ชุดลาดตระเวนไฟป่า ชุดปฏิบัติการ 5 ตำบลป่าอ้อดอนชัย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย ฝ่ายปกครอง ตำบลป่าอ้อดอนชัย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่ปืม ร่วมออกปฏิบัติการลาดตระเวนป้องกันไฟป่า เพื่อป้องกันและกดดันผู้ลักลอบเผาป่าในพื้นที่อุทยานป่าดอยปุย หมู่ที่ 14 ตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ซึ่งในพื้นที่อุทยานป่าดอยปุย เป็นผืนป่าที่เชื่อมต่อระหว่าง 3 อำเภอ คือ อำเภอเมืองเชียงราย อำเภอแม่ลาว และอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โดยที่ผ่านมาได้เกิดการลักลอบเผาป่าเป็นบริเวณกว้างหลายครั้งทำให้เจ้าหน้าที่ต้องนำกำลังเข้าไปทำการดับไฟเพื่อป้องกันการลุกลาม ซึ่งการลาดตระเวน ทางเจ้าหน้าที่พบไฟป่า 1 จุด โดยได้ทำการควบคุมและดับไฟจนไม่สามารถลุกลามได้ จากนั้นชุดลาดตระเวนได้ทำการตรวจเฝ้าดูสถานการณ์ในพื้นที่เพื่อเป็นการกดดันไม่ให้มีการลุกไหม้ในพื้นที่อีก และหากเกิดไฟไหม้ขึ้นจะเข้าไปทำการดับไฟได้ทันท่วงที ด้านอำเภอพาน นายอำเภอพานได้รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้จำนวน 2 จุด พื้นที่ตำบลธารทอง และตำบลเวียงห้าว โดยพบว่าไฟได้ลุกไหม้แนวเป็นทางยาวกว่า 5 กิโลเมตรภายในอุทยานแห่งชาติแม่ปืมเขตติดต่อกับจังหวัดเชียงราย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครร่วมกันประมาณ 120 คน ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานและอื่นๆ เข้าไปดับไฟกันตลอดทั้งวัน ขณะที่ อ.พญาเม็งราย นายปกรณ์ สุริวรรณ นายอำเภอพญาเม็งราย นำชุดดับไฟป่าตำบลแม่ต๋ำ และชุดดับไฟป่าบ้านบ่อแสง หมู่ 2 ตำบลแม่ต๋ำ เข้าดับไฟป่าในเขตพื้นที่ป่าชุมชนติดต่อกับป่าห้วยน้ำบ่อ ตำบลแม่เปา ซึ่งเป็นภูเขาสูงชันทำให้การดับไฟเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่ก็สามารถควบคุมและดับไฟได้ ซึ่งพบว่ามีพื้นที่เสียหายประมาณ 10 ไร่ นอกจากนี้ยังเกิดไฟป่าบริเวณพื้นที่ป่าห้วยก้าง หมู่ที่ 5 ตำบลไม้ยา แนวเขตติดต่อกับตำบลดอนศิลา อำเภอเวียงชัย หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าดับไฟแล้ว พบว่ามีพื้นที่เสียหายประมาณ 30 ไร่ สาเหตุคาดว่าเกิดจากการหาของป่า ส่วนอำเภอเวียงแก่น นายอำเภอเวียงแก่น นำกำลังเจัาหน้าที่เข้าดับไฟ ในเขตหมู่บ้านไทยสามัคคี ตำบลท่าข้าม เขตติดต่อกับตำบลม่วงยาย เป็นเขตชายแดนไทย-สปป.ลาว พบว่าได้มีไฟที่ลุกไหม้ลามมาจากฝั่ง สปป.ลาว ทำให้เมื่อดับไฟฝั่งไทยเสร็จ เจ้าหน้าที่ได้ทำแนวกันไฟเอาไว้และเฝ้าระวังตลอดทั้งวันเพื่อป้องกันการลุกลามเข้ามา